Home
Last modified : 26/01/2552

การขอเป็นผู้จัดการมรดกอย่างง่ายๆ

            เมื่อเจ้ามรดกตาย  ทรัพย์สมบัติของเจ้ามรดกซึ่งเรามักเรียกกันว่ากองมรดก เช่น ที่ดิน เงินฝากธนาคาร เงินที่เขายืมไป ค่าเช่า ดอกเบี้ย เงินปันผล บ้านช่อง ย่องตกเป็นของทายาททันที และก็ยังรวมถึงหนี้สินด้วย คือ เจ้ามรดกไปยืมเงินใครเขาไว้หรือเป็นหนี้เขา ค้างค่าเช่าบ้าน พวกนี้เป็นพวกความรับผิดก็ตกทอดมาถึงทายาทเหมือนกัน  แต่ก็รับผิดในฐานะเป็นทายาทเท่านั้นไม่ใช้ฐานะส่วนตัว

            แม้ว่ากองมรดกจะตกทอดแก่ทายาทแล้วก็ตาม  ก็อาจมีปัญหาขัดข้องในการจัดสรรแบ่งปันมรดก หรือติดตามทวงถามหนี้สินที่บุคคลอื่นเป็นหนี้เจ้ามรดกอยู่ หรือจะไปโอนที่ดินเป็นของตน เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินก็จะปฎิเสธบ้าง ลูกหนี้เจ้ามรดกปฎิเสธบ้าง หรือแม้จะไปเบิกเงินธนาคารๆ ก็ปฎิเสธบ้างว่า ต้องนำเอาคำสั่งศาลตั้งผู้นั้นเป็นผู้จัดการมรดกมาให้ดูมาแสดงเสียก่อนว่าผู้มาติดต่อนั้นศาลได้ตั้งเป็นผู้จัดการมรดกแล้ว       มิฉะนั้นไม่ดำเนินการให้

            จึงมีความจำเป็นที่ทายาทจะต้องไปดำเนินการขอให้ศาลแต่งตั้งตนเองหรือบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการมรดก ซึ่งก็จะเสียเวลาพอสมควรกว่าจะยื่นคำร้องขอและกว่าจะไต่สวนคำร้องและศาลมีคำสั่ง  ประเหมาะเคราะห์ร้ายมีคนอื่นคัดค้านเข้ามาอีกก็ยิ่งเสียเวลาไปอีก ความจริงกฎหมายก็มิได้บังคับไว้ว่าหากเจ้ามรดกตายแล้วต้องตั้งผู้จัดการมรดก  แต่ถ้ามีเหตุขัดข้องจึงตั้งจึงเป็นข้อคิดสำหรับผู้เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคาร หากเป็นเงินจำนวนเพียงเล็กน้อย ก็ควรจะจ่ายให้ทายาทเขาไปเลย  เพียงแต่ให้มีความละเอียดรอบคอบหน่อยว่าเขาเป็นทายาทหรือไม่ เช่นจัดให้มีคนที่เชื่อถือได้รับรองหรือค้ำประกันว่าเขาเป็นทายาทจริง  เช่นนี้ก็จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน

            ส่วนศาลเองก็ควรผ่อนสั้นผ่อนเบาให้ โดยจัดให้มีแบบคำร้องขอเป็นผู้จัดการมรดกแบบง่ายๆไว้ให้ หากเป็นมรดกจำนวนเล็กน้อย โดยมีประชาสัมพันธ์ศาลช่วยแนะนำ ซึ่งทราบว่าทางปฏิบัติก็มีอยู่  นับว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนโดยแท้จริง ถือได้ว่าเป็นที่พึ่งของประชาชนจริงๆ อย่างไรก็ดี หากเป็นมรดกรายใหญ่มีมากมาย  มีเรื่องซับซ้อนยุ่งยากหรือมีผู้ยื่นคัดค้านเข้ามา เช่นนี้ก็จำเป็นที่จะตั้งผู้มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยโดยตรงคือควรมีทนายความเข้ามาดำเนินการแทนจะปลอดภัยกว่า เพราะทนายเป็นผู้ใช้กฎหมายอยู่โดยตรง

 

            การขอเป็นผู้จัดการมรดกนั้นมีข้อที่ควรรู้ไว้ดังนี้

1.      จะขอเป็นผู้จัดการมรดกเมื่อใด

เมื่อเจ้ามรดกตาย เจ้ามรดกมีทรัพย์มรดก และมีเหตุขัดข้องที่จะต้องจัดการมรดก

2.  ใครเป็นผู้มีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก

            ผู้มีสิทธิร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกได้แก่ ทายาทโดยธรรมของเจ้ามรดกที่มีสิทธิรับมรดก เช่น บุตร บิดามารดา คู่สมรสของเจ้ามรดกผู้รับพินัยกรรมของเจ้ามรดก ซึ่งอาจเป็นบุคคลภายนอกก็ได้ ผู้มีส่วนได้เสีย เช่น เจ้าของร่วมในทรัพย์สินของเจ้ามรดก กรณีเช่นนี้ที่มีมากคือ กรณีที่สามีภริยาไม่จดทะเบียนสมรสและมีทรัพย์สินร่วมกันนั่นเอง สำหรับเจ้าหนี้ ไม่ถือว่าเป็นผู้มีส่วนได้เสีย จึงไม่อาจขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกได้

3.  ใครเป็นผู้จัดการมรดกได้

            ผู้จัดการมรดกไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทของเจ้ามรดกจะเป็นใครก็ได้  แต่ผู้มีสิทธิร้องขอต่อศาล ต้องเป็นทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียดังที่กล่าวแล้ว  ทายาทอาจขอให้ศาลตั้งนาย ก. นาย ข. หรือนาย ค. ก็ได้ ประการสำคัญผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดกต้องบรรลุนิติภาวะแล้ว ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ ไม่เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย คนประเภทนี้เห็นแล้วว่าไม่สามารถรู้ผิดชอบ  หย่อนความคิดอ่าน มีหนี้สินล้นพ้นตัว  ขืนไปจัดการทรัพย์สินคนอื่น  ก็มีแต่จะเสียหายยิ่งขึ้นไปเท่านั้น

4. การยื่นคำร้องขอยื่นที่ไหน  

            ยื่นที่ศาล  โดยทั่วไปเจ้ามรดกมีภูมิลำเนาที่ไหน เช่น ที่ขอนแก่น เชียงใหม่ ตรัง ตราด ก็ยื่นศาลที่เป็นภูมิลำเนาของผู้ตายนั่นเอง  ถ้ายื่นที่ศาลจังหวัดในกรุงเทพฯ  ก็ยื่นที่ศาลแพ่ง  แพ่งกรุงเทพใต้ แพ่งธนบุรี หรือศาลจังหวัดมีนบุรี แล้วแต่กรณี

5. คำร้องต้องทำอย่างไร

            ดังได้กล่าวมาแล้วว่าการทำคำร้องเป็นเรื่องที่ผู้มีความรู้ในทางกฎหมายและทางปฏิบัติเท่านั้นจะเข้าใจและทำได้ถูกต้อง  เราประชาชนหรือมีอาชีพอื่นย่อมไม่เข้าใจ ก็ต้องปรึกษานักกฎหมายหรือทนายความ  สำหรับคำร้องจะมีแบบคำร้องแล้วนำมาบรรยายในคำร้องระบุรายละเอียดต่างๆ เช่น ชื่อ ตำบล ที่อยู่ผู้ร้อง เป็นทายาทผู้ตายๆ      ผู้ตายเมื่อไหร่ มีหลักฐานการตาย ผู้ตายมีทายาทกี่คนใครบ้าง มีทรัพย์สินอะไรบ้าง มีเหตุขัดข้องอย่างไร และท้ายสุดก็ขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก โปรดดูตัวอย่างต่อไปนี้


           

คำร้องขอ          

                                                            

                        คดีหมายเลขดำที่...................................................

                                                            คดีหมายเลขแดงที่..................................................

                                                ศาลจังหวัด..........ขอนแก่น...............................................

                                    วันที่......25...เดือน........มกราคม...............พุทธศักราช...2534......

                                                ความ........แพ่ง...................................................................

                                                ....นายเด่น..ดอกประดู่...ร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก..โจทย์

                        ระหว่าง           โดยไม่พินัยกรรมของนายแดน  ดอกประดู่  ผู้ตาย

                                                .................................................................................จำเลย

            ข้าพเจ้า...นายเด่น..ดอกประดู่.................................................................................

เชื้อชาติ....ไทย................สัญชาติ...........ไทย...............................อาชีพ.....รับจ้าง..............

เกิดวันที่..1......เดือน.....มิถุนายน...................2480...อายุ...48...ปี  อยู่บ้านเลขที่..1.......

ถนน.....กลางบ้าน......ตรอกหรือซอย...............................ใกล้เคียง....วัดโพธิ์ทอง.............

ตำบล....หนองโน....................อำเภอ..........ชนบท............จังหวัด...ขอนแก่น...................

ขอยื่นคำร้องมีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้

            ผู้ร้องเกี่ยวข้องเป็น.......บุตร......ของนาย.......แดน.....ดอกประดู่............................

ผู้ตายปรากฏตามบัญชีเครือญาติ  เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข.............1............................

            เมื่อวันที่.....1.....เดือน.....ธันวาคม.............................................2533................

นาย, นาง .....แดน....ดอกประดู่................ถึงแก่กรรมด้วย.......โรคหัวใจล้มเหลว..............

..บ้านเลขที่..1......................ถนน....กลางบ้าน........................ตำบล...หนองโน.............

อำเภอ....ชนบท..2...................จังหวัด..........ขอนแก่น............ปรากฏตามสำเนามรณบัตร

เอกสารท้ายคำร้องหมายเลข.................................................................

            นาย,นาง................แดน.........ดอกประดู่........................................ผู้ตาย   มีมรดก

คือ.........เงินสดฝากอยู่ในธนาคาร...................สาขา..................เป็นเงิน..2,000..บาท........

..........มีที่ดิน........3...แปลงหนึ่งราคา..5,000..บาท.......................................................

 

รายละเอียดปรากฏตามบัญชีเอกสารท้ายคำร้องหมายเลข...........3....................................

มรดกดังกล่าวนี้ …..นายแดน…ดอกประดู่…ผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้แต่อย่างใด

            ผู้ร้องมีเหตุขัดข้องไม่สามารถจัดการมรดกของผู้ตายได้เนื่องจาก ธนาคารที่รับฝากเงินคือ…และเจ้าพนักงานที่ดิน…..ปฏิเสธไม่ดำเนินการจ่ายเงินและ………………..

โอนที่ดินให้ผู้ร้องโดยอ้างว่าให้นำคำสั่งศาลตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกมาแสดงก่อน

......จึงจะ...............................จัดการให้...............................................................

            ผู้ร้องเป็นผู้บรรลุนิติภาวะและไม่เป็นบุคคลวิกลจริต  บุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ  หรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย  มีความสามารถที่จะจัดการมรดกรายนี้ได้

            ฉะนั้น ขอศาลได้โปรดไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกของ  นาย,นาง……แดน  ดอกประดู่…….ผู้ตาย  ต่อไป

            อนึ่ง  เนื่องจากผู้ร้องเป็นคนยากจน  ทั้งมรดกรายนี้ก็มีจำนวนเล็กน้อย  จึงขอศาลให้โปรดพิจารณาอนุญาตให้ประกาศนัดไต่สวนคำร้องที่หน้าศาลแทนการประกาศทางหนังสือพิมพ์ด้วย

                                                            ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

                                                ลงชื่อ........เด่น.....ดอกประดู่...... ผู้ร้อง

                        คำร้องฉบับนี้  ข้าพเจ้า......เด่น.....ดอกประดู่.......เป็นผู้เรียบเรียงและเขียน

                                                ลงชื่อ........เด่น.....ดอกประดู่.......ผู้เรียงและขียน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ท่านจะเห็นแล้วว่าเป็นคำร้องแบบง่ายๆ และปรากฏว่าผู้ร้องคดีนี้เป็นคนยากจนและมรดกคิดเป็นเงินเพียง 7,000 บาทเท่านั้น จึงขออนุญาตเป็นพิเศษในตอนท้าย  เพราะหากประกาศหนังสือพิมพ์แล้วอาจเสียค่าประกาศหนังสือพิมพ์เป็นร้อยเป็นพันบาท ซึ่งไม่มีเสีย แต่หากเป็นกรณีทรัพย์สินมากมายก็ควรประกาศทางหนังสือพิมพ์โดยไม่ต้องขออนุญาตดังตอนท้ายของคำร้องนี้

6. การยื่นคำร้องและนัดไต่สวนทำอย่างไร

            เมื่อยื่นคำร้องแล้วเจ้าหน้าที่จะเสนอศาล ศาลจะสั่งนัดว่าไต่สวนหรือมีคำสั่งอย่างอื่นต่อไป  ทางปฏิบัติก็ขอให้ประกาศหน้าศาลหรือทางหนังสือพิมพ์โดยให้เวลาพอสมควร  โดยทั่วไปศาลจะไต่สวนหลังจากรับคำร้องประมาณ 1 เดือน การไต่สวน ผู้ร้องจะต้องมาศาลและนำพยานอื่น เช่น ทายาทคนอื่นๆ มาด้วย หรือขอให้ตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการมรดกมาด้วย เพื่อไต่สวนว่าเป็นผู้ยินยอมเป็นผู้จัดการมรดก การไต่สวนโดยทั่วไปใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ คดีเช่นนี้ศาลมักจะนัดตอนบ่าย

            เมื่อไต่สวนเสร็จก็คือการนำพยานแต่ละฝ่ายไปให้การต่อศาลเรียกว่าเบิกความนั่นเอง เสร็จแล้ว ศาลจะจดรายงานการไต่สวน หากเป็นเรื่องไม่ซับซ้อนศาลก็นัดฟังคำสั่งวันนั้นเลย  คือสั่งให้เป็นหรือไม่เป็นผู้จัดการมรดกนั่นเองแต่หากเป็นเรื่องซับซ้อนมรดกมาก  เช่นนี้ศาลอาจนัดฟังคำสั่งวันอื่นก็ได้ เพื่อศาลจะได้ตรวจสำนวนโดยละเอียดต่อไป ทางปฏิบัติส่วนใหญ่มักไม่มีปัญหาศาลสั่งได้เลย แต่การจะรับคำสั่งไปก็อาจเป็นวันรุ่งขึ้น  เพราะจะต้องพิมพ์ให้เรียบร้อยถูกต้อง มีคำรับรองว่าเป็นสำคัญคำสั่งที่ถูกต้อง  ไม่ใช่ว่าพอศาลสั่งอนุญาตจะรับคำสั่งไปได้เลย

7. การขอรับคำสั่งศาลกรณีศาลสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว

            ก็ต้องทำคำร้องขอเข้ามา  ศาลจะดำเนินการให้โดยไม่ชักช้า  เมื่อได้คำสั่งศาลก็นำไปแสดงต่อธนาคาร หรือเจ้าพนักงานที่ดิน  หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับมรดกของผู้ตายได้

8. ผู้จัดการมรดกจะถูกถอนจากการเป็นผู้จัดการได้หรือไม่

            หากผู้จัดการมรดกปล่อยปละละเลย  ไม่ดำเนินการจัดการมรดก หรือจัดการมรดกเสียหาย  ประมาทเลินเล่อในการจัดการมรดก  หรือทุจริตในการจัดการมรดก  เช่น เบียดบังเอาเป็นของตนเองบ้าง  เช่นนี้นอกจากจะผิดฐานยักยอกทางอาญามีโทษถึงจำคุกแล้ว  ก็อาจถูกถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้ โดยผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลสั่งถอนจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้  แต่ก็ต้องขอเสียก่อนการแบ่งปันมรดกเสร็จสิ้นลง

9. คำพิพากษาฎีกาเกี่ยวกับผู้จัดการมรดก

1.คำฎีกาที่ 331/2525 ผู้ตายทำพินัยกรรมไว้ แม้ผู้คัดค้านเป็นบุตรของผู้ตาย  แต่ตามพินัยกรรมผู้คัดค้านไม่มีส่วนได้รับทรัพย์สินของผู้ตายเลย  จึงไม่สามารถตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกร่วมด้วย

            ข้อสังเกต  ศาลจะพิจารณาตั้งใครเป็นผู้จัดการมรดกต้องคำนึงถึงประโยชน์ของกองมรดกเป็นสำคัญ

2.  ฎีกาที่ 1481/2510 ศาลไม่จำต้องตั้งผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมอาจตั้งทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียคนอื่นที่เหมาะสมก็ได้

3. ฎีกาที่ 1491/2523 ทายาทที่จะร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ หมายถึงทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกเท่านั้น

            ข้อสังเกต  ผู้ถูกตัดมิให้รับมรดก ผู้ถูกกำจัดมิให้รับมรดก ไม่มีสิทธิร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

4.ฎีกาที่ 2095/2523 ภริยาไม่จดทะเบียนสมรสและไม่มีทรัพย์ร่วมกันไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินมรดกของสามี  ไม่มีสิทธิร้องขอเป็นผู้จัดการมรดก

5. ฎีกาที่ 2021/2524 ศาลจะตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการมรดกต้องคำนึงถึงความสมควรเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกตามพฤติการณ์  ไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากทายาททุกคน

6. ฎีกาที่ 1695/2531 (ประชุมใหญ่) กองมรดกที่ไม่มีทายาทนั้น  แม้มรดกจะตกทอดแก่แผ่นดิน  แผ่นดินก็มิใช่ทายาท  เจ้าหนี้ไม่อาจบังคับชำระหนี้ได้จนกว่าจะได้ตั้งผู้จัดการมรดกขึ้น  และหากไม่มีผู้จัดการมรดกอยู่ตราบใดเจ้าหนี้ก็ไม่มีทางได้รับชำระหนี้ได้เลย  การที่เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จากกองมรดกขึ้นอยู่กับการที่กองมรดกมีผู้จัดการมรดก  ในกรณีเช่นนี้จึงต้องถือว่าเจ้าหนี้เป็นผู้มีส่วนได้เสียและมีสิทธิร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้  ส่วนปัญหาที่ว่าสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่นั้น  แม้ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้กองมรดกซึ่งตามปกติย่อมมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก  แต่เมื่อไม่ปรากฏว่ามีผู้มีส่วนได้เสียอื่นอีก  และพนักงานอัยการมิได้คัดค้าน  จึงสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการมรดกได้

ข้อสังเกต  ศาลฎีกาได้ให้เหตุผลไว้แล้วว่า  ทำไมเจ้าหนี้กองมรดกคดีนี้จึงร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้  และเป็นผู้จัดการมรดกได้