Home
 
ค้นหาข้อมูล
ฏีกาเฉพาะเรื่อง  มาตรา
คำพิพากษาฎีกาทั้งหมด 94 เรื่อง
คำพิพากษาฎีกาที่
รายละเอียด
696/2510
บทบัญญัติของพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 39 เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลจึงยกขึ้นปรับคดีได้เองตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(5)
แหล่งที่มา :
1781/2509
ผู้มีชื่อเช่าที่ดินปลูกโกดังและโอนกันต่อ ๆ มา เจ้าของโกดังคนสุดท้ายถูกฟ้องล้มละลาย ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และจำเลยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว จึงเป็นผลให้สัญญาเช่านั้นต้องระงับไป โกดังจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์แก่จำเลยทันทีตามข้อตกลงในสัญญาเช่า เพราะโกดังเป็นส่วนควบของที่ดิน ไม่ต้องไปทำการโอนจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จำเลยจึงมีฐานะเป็นเจ้าของคนใหม่ มาตรา 45 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 เป็นบทบัญญัติที่รัฐจะติดตามเอาค่าภาษีให้ได้ไม่ว่ากรรมสิทธิ์แห่งทรัพย์สินนั้นจะได้โอนไปเป็นของเจ้าของใหม่โดยเหตุใด ๆ ก็ตาม บรรดาเจ้าของคนเก่าและคนใหม่ต้องเป็นลูกหนี้ค่าภาษีร่วมกัน การที่เจ้าหนี้บุริมสิทธิไม่ไปขอรับชำระหนี้ของผู้ล้มละลายจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จะถือว่าเป็นการปลดหนี้ไม่ได้ เพราะเจ้าหนี้มิได้แสดงเจตนาต่อลูกหนี้ว่าจะปลดหนี้ให้ หนี้จึงยังไม่ระงับ ค่าภาษีที่มิได้ชำระภาษีในเวลาที่กฎหมายกำหนดเป็นเงินภาษีค้างชำระซึ่งกฎหมายบัญญัติให้เพิ่มจำนวนขึ้น เงินค่าภาษีที่เพิ่มขึ้นจึงเป็นค่าภาษีที่ค้างชำระซึ่งเจ้าของโรงเรือนและที่ดินคนใหม่ต้องรับผิด เมื่อจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าภาษีที่ค้างรวมทั้งเงินเพิ่มภาษี โจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากหนี้เงินในระหว่างเวลาผิดนัดได้ ไม่เป็นการเรียกดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย การที่โจทก์ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไว้น้อยกว่าจำนวนที่แท้จริง ไม่ทำให้โจทก์เสียสิทธิที่จะเรียกให้จำเลยชำระหนี้ตามจำนวนที่แท้จริง การชำระค่าภาษีเป็นภาระของผู้รับประเมินจะพึงนำไปชำระ จะถือว่าเทศบาลประมาทเลินเล่อไม่เรียกเก็บมิได้ จำเลยมีหน้าที่ต้องนำภาษีไปชำระโจทก์แต่กลับเพิกเฉยเสีย จนโจทก์ต้องฟ้อง จำเลยจึงต้องรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมเมื่อแพ้คดี
แหล่งที่มา :
1103/2508
จำเลยเป็นพนักงานเก็บเงินรายได้ต่าง ๆ ของเทศบาลรวมทั้งภาษีโรงเรือนและที่ดิน จำเลยได้เก็บหรือรับเงินจากผู้นำมาชำระ จึงเป็นการกระทำในหน้าที่พนักงานเก็บเงิน เมื่อยักยอกเงินซึ่งได้รับมอบหมายไว้ตามหน้าที่ ย่อมมีความผิดตามมตรา 147 นายกเทศมนตรีได้แต่งตั้งปลัดเทศบาลเป็น "พนักงานเจ้าหน้าที่" สมุหบัญชีเป็น "พนักงานเก็บภาษี" มีอำนาจหน้าที่จัดเก็บ เร่งรัด ค่าภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 แต่ปลัดเทศบาลและสมุหบัญชีมิได้ทำหน้าที่ด้วยตนเอง จำเลยได้รับมอบหมายไปปฏิบัติผู้เดียว ฉะนั้น การที่จำเลยเก็บเงินภาษี จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเก็บเงินซึ่งมีสมุหบัญชีเป็นหัวหน้า ถือได้ว่าเป็นหน้าที่ที่จำเลยได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติการตามหน้าที่ เมื่อเบียดบังยักยอก จะอ้างว่าไม่ได้ทำในหน้าที่ หรือไม่ใช่เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ย่อมฟังไม่ขึ้น
แหล่งที่มา :
1090/2505
จำเลยเป็นเจ้าพนักงาน ให้ยืมเงินทดรองเพื่อนำไปซื้อสิ่งของตามหน้าที่ของจำเลย แต่เอาเงินไปใช้เสีย ดังนี้ เป็นความผิดทางอาญาแล้ว เพราะการยืมเงินทดรองของทางราชการหรือเทศบาลหามีลักษณะเหมือนการยืมเงินธรรมดาในระหว่างเอกชนด้วยกันไม่
แหล่งที่มา :
1293/2502
คดีมีความผิดฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตยักยอกทรัพย์ความว่า จำเลยได้รับเงินผลประโยชน์ไว้ตามหน้าที่ราชการในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2495 ถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2497 รวมเป็น 219,310 บาท 95 สตางค์ แล้วในระหว่างนั้นเวลากลางวัน จำเลยได้ยักยอกเอาไว้เป็นประโยชน์ตนเองเสีย 2,357 บาท 89 สตางค์ จำเลยจะได้รับเงินกี่คราวและวันไหนบ้างเป็นรายละเอียดปลีกย่อยซึ่งโจทก์อาจไม่อยู่ในวิสัยที่จะจำแนกให้ปรากฏได้ และจำเลยจะยักยอกเอาเงิน 2,357 บาท 89 สตางค์นั้นไปกี่คราว วันไหนบ้าง เป็นรายละเอียดที่โจทก์อาจไม่อยู่ในวิสัยที่จะจำแนกได้เช่นเดียวกัน ดังนี้ ฟ้องของโจทก์หาเคลือบคลุมไม่
แหล่งที่มา :
845/2502
จำเลยเป็นเสมียนแผนกตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดพังงา ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา ผู้เป็นหัวหน้าได้มอบหมายการงานซึ่งอยู่ในแผนกให้แก่จำเลยปฏิบัติ จำเลยได้ยักยอกเงินและสิ่งของที่ได้รับมอบหมายไว้ตามหน้าที่ดังนี้ จำเลยย่อมมีผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอก อัตราโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ย่อมเบากว่าตามกฎหมาย ลักษณะอาญา มาตรา 131
แหล่งที่มา :
147/2502
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงิน แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าเงินในรายการข้อ ก. และข้อ ง. ที่โจทก์บรรยายในฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงินนั้น จำเลยมิได้รับตัวเงินไว้เป็นแต่รับหลักฐานเป็นหนังสือ ซึ่งเป็นการเบิกหักผลักส่ง ดังนั้น จึงมิใช่เป็นการยักยอกเงินตามฟ้องของโจทก์
แหล่งที่มา :
1248/2496
ผู้บัญชาการเรือนจำสั่งพัศดีให้จัดนักโทษสร้างบ้านพักปลัดจังหวัด เมื่อสร้างเสร็จแล้วผู้บัญชาการเรือนจำได้สั่งจ่ายเงินรายได้พิเศษของจังหวัด 5,000 บาท ให้พัสดีส่งเป็นเงินผลประโยชน์รายได้เรือนจำ 1,000 บาท อีก 4,000 บาท ให้จ่ายเป็นรางวัลผู้คุม ผู้เขียนแบบแปลน และผู้ต้องขังหรือนักโทษที่ทำการปลูกสร้างบ้านพักจำเลยก็จ่ายเงินไปตามสั่ง เช่นนี้ว่าจำเลยยักยอกเงิน 4,000 บาท ที่จ่ายเป็นรางวัลนั้น โดยอ้างว่าเป็นเงินของเรือนจำ จำเลยไม่นำส่ง ไม่ได้
แหล่งที่มา :
939/2493
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ได้เข้าครอบครองที่ดินรกร้างว่างเปล่าแปลงหนึ่ง ชั้นแรกได้ขอจับจองแต่กำนันว่าเป็นที่สงวนทางราชการ ขอจับจองไม่ได้ โจทก์จึงครอบครองที่ดินแปลงนี้ต่อมา โดยถือว่าเมื่อทางราชการต้องการเมื่อใดโจทก์ไม่ขัดข้องบัดนี้จำเลยนำเจ้าพนักงานอำเภอไปรังวัด เพื่อขายที่ดิน และทำรังวัดติดเขตต์ที่โจทก์ปกครองอยู่ประมาณ ๖๐ ไร่ ขอให้ศาลสั่งว่าที่ตอนพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์ครอบครองสั่งให้อำเภองดการทำหนังสือซื้อขาย จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยครอบครองถือกรรมสิทธิที่พิพาทติดต่อมา ๒๐ ปีเศษแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทภายหลัง พ.ร.บ.โฉนดที่ดิน (ฉะบับที่ ๖) ๒๔๗๑ จำต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตาม ก.ม.การเข้าครอบครองโดยพละการ ไม่ก่อให้เกิดสิทธิตาม ก.ม.จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นกรณีพิพาทระหว่างราษฎรต่อราษฎร จำต้องพิจารณาว่าใครมีสิทธิดีกว่ากันพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ดำเนินการพิจารณาพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกาว่าถือไม่ได้ว่า โจทก์ครอบครองเพื่อตนตาม ก.ม. ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์ครอบครองที่ดินโดยตั้งใจว่า เมื่อทางราชการต้องการก็จะคืนไปเพียงมีเจตนาเท่านี้จะถือว่าโจทก์ไม่ได้ยึดถือโดยเจตนา จะยึดถือเพื่อตนตามมาตรา ๑๓๖๗ หรือสละเจตนาครอบครองตาม ม. ๑๓๗๗ ยังไม่ได้ เพราะตราบใดที่ทางราชการยังไม่ต้องการ โจทก์ก็ยังต้องการเอาไว้อยู่จึงพิพากษายืน
แหล่งที่มา :
782/2491
มารดาจัดการทรัพย์สินของบุตรในฐานะผู้แทนบุตรตลอดมาจนมารดาตาย บุตรย่อมมีสิทธิฟ้องเรียกทรัพย์สินอันเป็นส่วนได้ของตนจากผู้จัดการทรัพย์มฤดกของมารดาได้ คดีไม่มีขาดอายุความ เมื่อได้ฟ้องคดีต่อศาลแล้ว คดีคงดำเนินอยู่ในศาลตลอดมา อายุความย่อมสดุดหยุดอยู่ จนกว่าจะได้วินิจฉัยถึงที่สุด หรือเสร็จไปประการอื่น การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้คำขอท้ายฟ้อง และได้เสียค่าธรรมเนียมใหม่ตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งยอมให้รับคดีไว้พิจารณา ย่อมถือว่า เป็นคดีค้างพิจารณาอยู่ในศาล ฟ้องเรียกเงินตามรายการต่างๆแต่คำขอท้ายฟ้องขอเรียกเป็นจำนวนน้อยกว่ารายการที่ระบุไว้ แต่ศาลสั่งให้เรียกค่าขึ้นศาลตามรายการที่ระบุไว้ ดังนี้ไม่ถือว่าเป็นการปลดหนี้ เมื่อจำเลยไม่ต้องการเสียดอกเบี้ยในระหว่างการพิจารราคดี จำเลยก็ต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่คิดว่าจะต้องชำระแก่โจทก์ มิฉนั้นจะขอยกเว้นไม่เสียดอกเบี้ยไม่ได้.
แหล่งที่มา :
461/2491
นายอำเภอได้ตั้งให้สัสดีอำเภอ และปลัดอำเภอเป็นกรรมการไปรับผ้าของกระทรวงพาณิชย์จากจังหวัด เพื่อนำส่งอำเภอจัดการปันส่วนให้แก่ชาวนานั้น เป็นการแต่งตั้งให้ไปทำงานโดยชอบตามหน้าที่ราชการ เมื่อผู้ที่ได้รับแต่งตั้งไปกระทำผิดในหน้าที่ ซึ่งตนได้รับมอบ คือยักยอกเอาผ้าที่ไปรับมาจำนวนหนึ่งไว้ เช่นนี้ต้องมีผิดตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา 131 (อ้างฎีกาที่ 533/2485) ศาลชั้นต้นลงโทษตาม ม.319(3) ให้จำคุก 8 เดือน ศาลอุทธรณ์แก้ให้ลงโทษตาม ม.131 ให้จำคุก 5 ปี เป็นแก้มาก ฎีกาข้อเท็จจริงได้
แหล่งที่มา :
1196/2482
คดีที่ได้มีการชี้สองสถานกะประเด็นข้อนำสืบกันไว้แล้วจำเลยจะมาร้องขอเพิ่มเติมคำให้การมีประเด็นข้อทุ่มเถียงที่จะต้องสืบต้องวินิจฉัยอันไม่เกี่ยวแก่ความสงบเรียบร้อยของประชาชนนั้นไม่ได้ การคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาจะต้องทำเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง และต้องยื่นภายในกำหนดอายุความ จะยื่นเป็นคำแถลงไม่ได้
แหล่งที่มา :
164/2481
ที่ดินไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับ+ที่ การซื้อขายทำเป็นสัญญา+กรมธรรม์ก็ใช้ได้ตามกฎหมาย+ตัวการ ตัวแทน ++ที่ดินรายพิพาทเป็นของมารดาๆ ยอมให้บุตร์ทำการออกหน้าแสดงว่าเป็นเจ้าของที่ดินรายพิพาทแล้วเอาไปขายฝากไว้ต่อบุคคลภายนอกดังนี้ ผู้ซื้อได้ที่เป็นสิทธิตามประมวลแพ่งฯ ม.806 ประเด็นหาได้เกิดมีขึ้นฉะเพาะเนื่องมาแต่คำฟ้องอย่างเดียวไม่ แม้แต่ลำพังตัวคำให้การเองก็อาจทำให้เกิดประเด็นขึ้นได้ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ซึ่งอ้างว่า ได้ซื้อมาจากบุตร์จำเลย จำเลยให้การว่าที่นาเป็นของตนได้ให้บุตร์เช่าทำ บุตร์จะเอาไปขายให้โจทก์เท่าาใดเมื่อใดไม่ทราบดังนี้ทำให้เกิดประเด็นขึ้นข้อหนี่งว่าบุตร์ให้เอาที่ราย+พิพาทนี้ไปขายฝากไว้+โจทก์ โดยจำเลยรู้เห็นยินยอมด้วยหรือไม่
แหล่งที่มา :
981/2477
การคำนวณค่าภาษีโรงเรือนโดยอาศัยคิดเทียบกับห้องที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งเป็นปัญหาว่าจะเป็นการสมควรเพียงไรนั้นเป็นปัญหาข้อเท็จจริง คำตัดสินของอธิบดีสรรพากรเป็นเด็ดขาดนำคดีสู่ศาลไม่ได้ในเรื่องทรัพย์สินวางหรือชำรุดซึ่งเจ้าของขอลดหรือปลดค่าภาษี แต่ในเรื่องตั้งเกณฑ์ประเมินค่ารายปี เจ้าของย่อมนำคดีสู่ศาลได้
แหล่งที่มา :
[หน้าก่อน = 4] กำลังแสดงหน้าที่ 5/5
1 2 3 4 5
กลับหน้าแรก | กลับฎีกาเฉพาะเรื่อง