Home
 
ค้นหาข้อมูล
ฏีกาเฉพาะเรื่อง ความผิดฐานแข่งรถในทาง  มาตรา 134
คำพิพากษาฎีกาทั้งหมด 10 เรื่อง
คำพิพากษาฎีกาที่
รายละเอียด
77/2549
จำเลยขับรถจักรยานยนต์แข่งกันไปตามถนนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจรและขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของบุคคลอื่นกับการที่จำเลยขับรถในขณะเมาสุราเป็นการกระทำที่เกี่ยวเนื่องกันโดยจำเลยมีเจตนาเดียวคือขับรถจักรยานยนต์แข่งขันกันตามถนน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องต่างกรรมกัน และความผิดฐานขับรถในขณะเมาสุราเกิดขึ้นเป็นความผิดทันทีก็ตาม ก็ไม่ทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน
แหล่งที่มา :
10544/2546
การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์แข่งกันไปตามถนน โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือให้แข่งรถได้จากเจ้าพนักงานจราจรโดยชอบด้วยกฎหมาย กับการที่จำเลยขับรถด้วยความประมาทโดยใช้ความเร็วสูงเป็นเหตุให้ ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและทรัพย์สินเสียหาย จำเลยกระทำโดยมีเจตนาเดียวคือขับรถจักรยานยนต์แข่งกันไปตามถนนโดยใช้ความเร็วสูงและเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสและ ทรัพย์สินเสียหาย ดังนั้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90
แหล่งที่มา :
4773/2539
รถจักรยานยนต์ซึ่งจำเลยใช้ในการกระทำความผิดฐานแข่งรถ ในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานจราจร เป็นทรัพย์สินซึ่งใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งให้ริบได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)
แหล่งที่มา :
4772/2539
รถจักรยานยนต์ซึ่งจำเลยใช้ในการกระทำความผิดฐานแข่งรถ ในทางโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานจราจรเป็นทรัพย์สินซึ่ง ใช้ในการกระทำความผิดที่ศาลสั่งให้ริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)
แหล่งที่มา :
4390/2539
ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 134 วรรคหนึ่ง นอกจากจะเป็นความผิดที่เกิดขึ้นจากการ งดเว้นการที่จักต้องกระทำเพื่อป้องกันผลคือไม่ได้รับอนุญาตเป็น หนังสือจากเจ้าพนักงานจราจรแล้ว ยังเป็นความผิดเพราะกระทำ คือการแข่งรถด้วย รถจักรยานยนต์ของกลางที่ใช้ในการแข่งรถใน ทางจึงเป็นทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) ศาลมีอำนาจสั่งริบได้
แหล่งที่มา :
2380/2539
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์แข่งในทางโดยไม่ได้รับอนุญาต จากเจ้าพนักงานจราจร เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมยึด รถยนต์ดังกล่าวเป็นของกลาง เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริง จึงฟังเป็นยุติได้ตามคำฟ้องและคำให้การของจำเลยว่ารถยนต์ของกลาง เป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจพิพากษาริบได้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)
แหล่งที่มา :
6674/2538
ในความผิดฐานแข่งรถในทางตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 134 รถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการแข่งถือเป็น ทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดสมควรริบตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1)
แหล่งที่มา :
6227/2538
โจทก์บรรยายไว้ในบันทึกการฟ้องคดีอาญาด้วยวาจา ของโจทก์ว่าจำเลยแข่งรถโดยใช้รถจักรยานยนต์ของกลาง แข่งกับรถอื่น และเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้ พร้อม รถจักรยานยนต์ดังกล่าว ซึ่งจำเลยได้ใช้ ในการกระทำ ความผิดเป็นของกลาง โดยโจทก์ได้อ้าง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และมีคำขอให้ริบ รถจักรยานยนต์ ของกลางด้วย เมื่อโจทก์ยื่นบันทึกการฟ้องคดีอาญา ด้วยวาจาต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นได้บันทึกคำฟ้องคดีอาญา ด้วยวาจาในบันทึกคำฟ้อง คำรับสารภาพ คำพิพากษาตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงฯ มาตรา 20 ซึ่งเป็น แบบพิมพ์ ของศาล แม้ศาลชั้นต้นจะมิได้บันทึกข้อที่โจทก์ขอให้ ริบทรัพย์ไว้ด้วย ก็เป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจ บันทึกไว้เท่าที่เห็นว่าจำเป็น กรณีถือได้ว่าบันทึกการฟ้อง คดีอาญาด้วยวาจาที่โจทก์ยื่นต่อศาลชั้นต้นเป็นส่วนหนึ่ง แห่งบันทึกคำฟ้องคดีอาญาด้วยวาจาของศาล จึงไม่เป็นเหตุให้ฟ้องบกพร่องถึงกับจะถือว่าโจทก์ ไม่ได้ขอให้ริบของกลาง จำเลยแข่งรถโดยใช้รถจักรยานยนต์แข่งกับรถอื่น ในทางสาธารณโดยไม่ได้รับอนุญาต รถจักรยานยนต์ จึงเป็น ทรัพย์สินที่ใช้ในการกระทำความผิด แม้พระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 จะไม่มีข้อบัญญัติให้ริบทรัพย์ ดังกล่าว ศาลก็มีอำนาจริบรถจักรยานยนต์ได้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 17, 33(1)
แหล่งที่มา :
3338/2538
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 134, 134 วรรคสอง, มาตรา 160 ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 แต่ให้รอการกำหนดโทษและคุมประพฤติ ไว้ ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลางไม่ริบ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชน และครอบครัวพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง เป็น การแก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2534 มาตรา 124 ประกอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จำเลยทั้งสี่ฎีกา ขอให้ไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลางเป็นการขอแก้ไขดุลพินิจของ ศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่ง กฎหมายดังกล่าว
แหล่งที่มา :
478/2538
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยขับรถจักรยานยนต์แข่งกับรถจักรยานยนต์ คันอื่นเจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมยึดรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ คดีฟังเป็นยุติได้ตามคำฟ้อง คำให้การจำเลย ว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้ริบรถจักรยานยนต์ของกลางได้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 จำเลยจะฎีกาว่ารถจักรยานยนต์ของกลาง มิใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิดอีกไม่ได้
แหล่งที่มา :
กำลังแสดงหน้าที่ 1/1
1
กลับหน้าแรก | กลับฎีกาเฉพาะเรื่อง